[Fic YooSu] To Marry A Man [5]
posted on 16 Feb 2008 04:51 by popoling in To-Marry-A-Man][::][ To Marry A Man ][::][
Part Five
Popoling-icez
Note:
หายหัวไปนาน มาช่วยกันชิมสิว่าเค็มได้ที่ยัง
ตอนนี้มันอาจจะฝืดๆ ไปสักหน่อย เพราะหายไปนาน 555 (อ้างได้อ้างไป)
ตอนหน้าแอบสปอยว่ามีฉากให้กรี๊ดกร๊าดกันอีกแล้ว 555
ช่วงนี้เป็นไรไม่รู้ ชอบแต่งซีนกุ๊กกิ๊ก
แนะนำให้ไปอ่านซองฟิค Awaken ยอมรับว่าแต่งเองเลี่ยนเอง 555
::{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}::
PART FIVE
...แม่ง จะอึดไปเอาโล่เดินมาราธอนที่ไหนวะ?!...
เสียงสบถในใจของเพลย์บอยหนุ่มดังก้องไปทั้งหัวระหว่างที่ชายตามองคนที่เดินนำหน้าลิ่วๆ ไปพลางมองวิวทิวทัศน์ข้างทางไปอย่างสบายอารมณ์ ไม่ได้มีท่าทางเหน็ดเหนื่อยหรือปริปากบ่นออกมาแม้แต่น้อย เขาเองเสียอีกที่ชักจะเริ่มแสบผิวเพราะไอ้แดดเปรี้ยงๆ ของเวลาใกล้เที่ยง
“สบายใจจังนะ...อยากแต่งงานกับฉันมากเลยรึไง?” เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่มีท่าทางอ่อนแอหลุดมาให้เห็น คนมาดนิ่งก็เริ่มหงุดหงิดจนเริ่มจะระงับปากไว้ไม่อยู่ เสียงทุ้มนุ่มจึงลอยแว่วไปตามลมเรียบๆ จนร่างบางหันขวับ
จุนซูหรี่ตามองใบหน้าคมเข้มนิ่งขรึมอย่างพิจารณาอยู่พัก ก่อนจะกระตุกยิ้มบางจนแทบมองไม่เห็นเมื่อดวงตาอันคบกริบจับได้ถึงแววไม่พอใจเล็กๆ จากตัวร่างสูง
“หืม? แล้วทำไมเราถึงต้องไม่อยากแต่งงานกับนายด้วยล่ะ?” เอ่ยพลางขยับยิ้มหวานที่ดูก็รู้ว่ามีเจตนายั่วยุ มากกว่ายั่วยวน ยูชอนขบกรามแน่นเมื่อถูกย้อน คำพูดที่จะใช้โต้ตอบคนตัวเล็กที่ควรจะมีอยู่ในหัวพลันว่างเปล่าเสียดื้อๆ
ก็เล่นย้อนมาแบบนี้จะให้กูตอบว่าไงล่ะ?
เพราะกูมันอัปลักษณ์มากล่ะมั้ง?!!! แม่ง...
“เงียบปากแล้วเดินไปเหอะ” สุดท้ายเสียงทุ้มก็ตัดบทด้วยคำพูดห้วนๆ ติดจะหยาบคาย ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นฝ่ายเริ่มหาเรื่องก่อนแท้ๆ...หากแต่จุนซูก็ไม่คิดจะเก็บมาเป็นอารมณ์ ในเมื่อความสะใจมันมีมากกว่า ร่างบางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีเมื่อเอาชนะอีกฝ่ายได้อีกยก
ปล่อยให้ผู้ร่วม ‘เดิน’ ทางอีกคนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่แต่เพียงในใจ...เก่งให้ได้ตลอดนะจุนซู เก่งให้มันเสมอต้นเสมอปลาย...อย่าเผลอเชียว เผลอเมื่อไหร่พ่อจะจับสานต่อจาก The first night on the sofa ซะเลยนี่!!!
ยูชอนเบือนหน้าหนีจากเจ้าของแก้มเนียนใส พยายามข่มอารมณ์ไม่ให้ต่อล่อต่อเถียงให้ต้องรู้สึกหงุดหงิดไปมากกว่านี้ แค่ไอ้แดดนรกที่เผาแขนอยู่นี่จะแทบจะทำเขาเป็นบ้าอยู่แล้ว...ใครก็ได้เผาแอร์สังเวยพระอาทิตย์ทีสิ ไม่รู้ว่ามีปมด้อยห่าเหวอะไรหนักหนาถึงได้ร้อนมันอยู่ได้ทุกวี่วัน...รู้จักคำว่าให้รังสีอัลตร้าไวโอเลตแต่พอประมาณไหมวะ...ครับ!!
และสุดท้ายร่างสูงก็ตัดสินใจควานหาโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกง กดเบอร์อันคุ้นเคยเพื่อจะต่อสายถึงเจ้าเพื่อนตัวดีราวกับไม่รู้จะทำสิ่งไหนที่สร้างสรรค์มากไปกว่านั้นแล้ว
“ฮัลโหล...ชางมินเหรอ?”
((( แล้วมึงคิดว่ามึงโทรหาใครอยู่ล่ะ? ))) เสียงกวนประสาทลอยแว่วมาตามสายทำเอาหนุ่มมาดเคร่งขรึมคิ้วกระตุก อันที่จริงเขาเองก็โคตรโง่ตั้งแต่แรกแล้วล่ะที่คิดจะโทรหาชางมินเพราะอารมณ์เสีย...ลืมนึกไปเสียได้ว่าเพื่อนคนนี้มันไม่ค่อยจะคล้ายคน!
“คุยกับมึงทีไรมีแต่จะทำให้กูของขึ้น” ยูชอนสบถไปตามสาย เรียกเสียงหัวเราะร่าจากชางมินได้เป็นอย่างดี จุนซูเหลือบสายตาหันกลับมามองร่างสูงที่สบถเสียงใส่โทรศัพท์ด้วยแววตาสนอกสนใจเล็กน้อย ก่อนจะจางหายไปเมื่ออีกฝ่ายหันกลับมาสบตา
((( โทรมาทำไม? ))) เสียงของรองประธานเอ่ยออกมาเรียบๆ หลังจากเงียบเสียงหัวเราะลงได้บ้างแล้ว ยูชอนเงียบไปพักก่อนจะปรายสายตาไปมองคนข้างๆ อย่างครุ่นคิด
“เดี๋ยวจะแวะไปหาที่บริษัท” ยูชอนบอกนิ่งๆ ตามฉบับ
((( เดี๋ยวนี้ท่านประธานจะเข้าบริษัทตัวเองนี่ ต้องเสียเวลาโทรมากวนเวลาแดกข้าวรองประธานเลยเหรอวะ? ))) ชางมินถามย้อน ทำเอายูชอนต้องนับหนึ่งถึงสิบในใจแค้นๆ...ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนรักกันมาแต่เด็ก ปากอย่างนี้แม้แต่ตำแหน่งเด็กส่งเอกสารมึงก็อย่าหวังเลยไอ้มิน!!!
“กูจะพาคนไปให้รู้จัก” ปลายเสียงแผ่วลงเล็กน้อยราวกับกลัว ‘คน’ ที่ถูกพาดพิงถึงจะได้ยินเสียอย่างนั้น ปลายสายเมื่อรับรู้ถึงน้ำเสียงที่ปรับให้เบาลงแถมยังเจือแววหงุดหงิดเล็กๆ ก็พอจะเดาอะไรออก ใบหน้าหล่อเหลาของรองประธานหนุ่มขยับยิ้มกับตัวเอง
((( เมียมึงเหรอ? ))) คำถามของชางมินทำเอาร่างสูงต้องมุ่นหัวคิ้วอย่างขัดใจ
“ยัง...ยัง...ขอล่ะไอ้เพื่อนมิน” ปลายเสียงพูดเรียบๆ แต่บ่งบอกแววขู่แกมขอร้องมาให้พอรู้สึกจนอีกคนต้องหัวเราะลั่น ร่างสูงลอบถอนหายใจก่อนจะต้องชะงักเมื่อร่างบางข้างกายจู่ๆ ก็หยุดเดินตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และตอนนี้ก็กำลังกอดอกมองเขาคุยโทรศัพท์อยู่นิ่งๆ
“เอ่อ...แค่นี้ก่อนนะเว้ย เดี๋ยวกูทำธุระก่อน คงเข้าไปสักบ่ายกว่าๆ นะ” ว่าจบร่างสูงก็ตัดสัญญาณทิ้งทันทีแล้วหันมาเผชิญหน้ากับคนที่ยืนตีหน้าตายอยู่ มองเห็นแววตาเรียบเฉยติดจะอวดดีของร่างเล็กแล้วก็อดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้
“มองอะไร?! ละนี่หยุดเดินทำไม อย่าบอกนะว่าไม่ไหวแล้ว?” ประโยคหลังพูดออกไปไม่ใช่ด้วยคิดแบบนั้นจริงๆ แต่เป็นเพราะอยากจะกวนประสาทร่างบางตรงหน้าเสียมากกว่า แต่สงสัยเขายังต้องฝึกใหม่อีกเยอะเมื่อจุนซูยังคงนิ่ง
ร่างเล็กปรายตามองเขาด้วยแววตาเรียบเฉย แต่ยูชอนกลับอดคิดไม่ได้ว่ามันเหมือนร่างเล็กกำลังส่งสายตาออกแนวสมเพชมาให้เขา ใบหน้าหวานพยักเพยิดไปอีกทางสั้นๆ ก่อนที่กลีบปากบางจะขยับเอ่ยคำเรียบๆ “ถึงร้านนานแล้ว...”
...เหมือนภูเขาไฟจะระเบิดบนหน้ายูชอนเสียให้ได้ ร่างสูงเกือบจะหลุดมาดไปแล้วหากไม่เก็บอาการไว้ให้ดี เขาสบถอุบก่อนจะรีบเดินดุ่มๆ เข้าร้านไปอย่างรวดเร็วด้วยความอับอายเล็กๆ...ก็แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกฟะ!!!
จุนซูขยับยิ้มพลางหัวเราะเบาๆ ไร้เสียงระหว่างที่มองตามคนตัวแต่โตเดินเข้าร้านไปก่อน ดวงตาคู่เรียวหวานที่ทอดมองแผ่นหลังกว้างนั้นฉายแววอ่อนโยนกว่าทุกครั้งจนแม้แต่เขาเองก็ยังไม่รู้สึกตัว!!!
“เอ้า!!! ยืมยิ้มอะไรอยู่อีก เข้ามาเร็วๆ เข้าสิ! ฉันไม่ได้มีเวลามาจมปลักอยู่ที่นี่กับนายทั้งวันนะ!!!” และทันทีที่เสียงทุ้มหันกลับมาสั่ง รอยยิ้มบนใบหน้าหวานก็พลันหายวับ
“จมปลัก?!!! กล้าดียังไงมาบอกว่าการอยู่กับเรามันจมปลัก!? ไอ้ประเภทที่ต้องลงไปนอนแช่อยู่ในโคลนในตมแบบนั้นมันนายตั้งหาก อย่าเหมาเอาเราไปเกี่ยวด้วย!!!” ร่างบางทอเสียงด่ากร้าวระหว่างที่ก้าวฉับๆ ตามร่างสูงเข้าไปทันที
ในขณะที่ยูชอนทำเพียงแค่ยกยิ้ม...กะแล้วว่าวิธีนี้น่ะ ใช้ยั่วเจ้าเด็กนี่ได้ผล แค่หลอกด่าไปคำสองคำเดินตามเข้าต้อยๆ นี่ถ้าคราวหน้าเขาใช้กำลังไม่ต้องกลายมาเป็นทาสเข้าเลยเรอะ?! เป็นมาโซหรือไงนะคุณหนูจุนซู?
“อย่านินทาเราด้วยสายตา!”
เสียงหวานลั่นกร้าว ตามมาด้วยร่างสูงที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ยักไหล่อย่างสบายใจ
เฮ้อ...เด็กหนอเด็ก...
::{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}::
“มึงอ่ะเด็ก”
ข้อสรุปสั้นๆ ของเพื่อนสุดแสบชิมชางมินล่องลอยเข้ามาในประสาทการรับรู้เต็มสองหู ทำเอาคนมาดนิ่งหันขวับ ดวงตาคมเข้มฉายแววดุเป็นเชิงบอกว่าเจ้าเพื่อนรักพูดจาไม่เข้าหู ก่อนจะตวัดสายตากลับไปมองนอกกระจกห้องทำงาน แลเห็นร่างเล็กของจุนซูที่กำลังคุยนั่นคุยนี่อยู่กับซองมินและฮีชอล และดูเหมือนรายหลังจะชอบอกชอบใจว่าที่คู่แต่งงานของเขาเป็นพิเศษเสียด้วยสิ
“กูไม่ได้พูดเล่นนะเว้ย” ชางมินส่งยิ้มขัดตาทัพ ก่อนจะเอ่ยต่อ “จะไม่ให้บอกว่าเด็กยังไงไหววะ ไอ้ชอนที่กูรู้จักมันคงไม่โง่ดักดานขนาดยอมจอดรถทิ้งไว้ แล้วเดินตากแดดเปรี้ยงๆ ทั้งที่ตัวเองแพ้แดด เพื่อจะเอาชนะคนที่ตัวเองย้ำนักย้ำหนาว่าไม่ได้ชอบขี้หน้าเอาซะเลยน่ะ?!!”
เกิดความเงียบขึ้นชั่วอึดใจ ก่อนที่ท่านประธานโง่ดักดานจะถอนหายใจเฮิอก
“มึง...หุบปากเหอะ” พูดอย่างสิ้นท่า ก่อนจะยกมือขึ้นคลึงขมับเบาๆ เมื่อจู่ๆ ก็รู้สึกลายตาขึ้นมากะทันหัน สาเหตุคงจะไม่พ้นเจ้าแดดเปรี้ยงๆ ที่เพิ่งเดินตากมาทั้งวันแหงๆ...แต่จะยอมรับได้ยังไงล่ะ เสียฟอร์มตายชัก!!
“เป็นอะไรวะ?” ชางมินถามเมื่อเห็นหน้ายูชอนที่เริ่มไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก
“เปล่า...”
“ผู้ร้ายปากแข็ง”
“เอ๊ะ! ก็บอกว่าเปล่า...”
“นายเริ่มชอบเด็กนั่นขึ้นมาแล้วรึไง?” สิ้นคำถาม ร่างสูงก็ชะงัก ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยูชอนสบตากับชางมินตรงๆ ก่อนจะพูดเสียงเรียบเป็นเชิงยืนยันครั้งสุดท้าย
“เอาตรงๆ นะไอ้มิน...ไม่ว่ะ”
เสียงทุ้มเอ่ยบอก
“โอเค...ฉันยอมรับ เด็กนั่นมีมุมน่ารักอยู่บ้าง แต่มึงจะให้กูที่ใช้ชีวิตแบบอิสระมาตลอดมารู้สึกชอบใครสักคนที่ไม่ถูกชะตากันมันก็ไม่ง่ายหรอกนะ กูบอกมึงแล้วไง ชีวิตกูไม่ใช่นิยาย รักไม่รักเป็นเรื่องของอนาคต...” อธิบายเรียบๆ ด้วยแววตานิ่งๆ ที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
ชางมินยิ้มบางๆ กับคำบอกเล่าของเพื่อนรัก ใช่...เขาเข้าใจดี และก็รู้ด้วยว่าที่ยูชอนรู้สึกหงุดหงิดทั้งหมดนั้นก็เพราะเจ้าตัวรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ไม่ใช่ทำเพื่อกลบเกลื่อนอย่างที่เขาชอบแซว...แต่มันก็อาจจะเป็นไปได้ว่า...
“อีกหน่อยก็ไม่แน่งั้นสิ?”
“...”
“มึงไม่ต้องตอบกูหรอกไอ้ชอน อนาคตไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาพูดกันพร่ำเพรื่อ จริงไหม? โดยเฉพาะคนที่มีชีวิตแบบอิสระมาตลอดแบบมึง หึหึ...”
“กูกลับก่อนนะ”
พูดจบร่างสูงก็เดินพรวดๆ ออกจากห้องทำงานออกไปทันทีโดยที่ชางมินไม่แม้แต่จะรั้งไว้ได้ทัน ชางมินมองตามด้วยสายตางุนงงอยู่ครู่ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มขบขัน เมื่อประธานบริษัทตัวดีเดินดุ่มๆ เข้าไปดึงแขนเล็กของคนที่ ‘รักไม่รักเป็นเรื่องของอนาคต’ ให้กลับด้วยกัน
รองประธานเจ้าแผนการหัวเราะร่า ลอบขยิบตาให้กับเลขาส่วนตัวที่มองทะลุกระจกเข้ามาสบตาเขา ก่อนที่ริมฝีปากได้รูปจะขยับพึมพำส่งท้าย...ด้วยความรักและปรารถนาดีต่อเพื่อนรัก สุดขั้ว...หัวใจ
“ก่อนจะถึงวันนั้น...มึงก็นั่งนับตีนเพื่อนร่วมรุ่นไปพลางๆ ก่อนแล้วกันนะ...ไอ้เพื่อนชอน!!!”
::{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}::
สองวันก่อนวันแต่งงาน...
“ยูชอน...”
เสียงเอ่ยร้องเรียกดังลั่นพร้อมกับประตูห้องนอนของคุณชายใหญ่ประจำบ้านที่ถูกทุบถี่ระรัวด้วยฝีมือของคนเป็นแม่ที่นั่งรอคอยจนเวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงวัน จนแล้วจนรอดลูกชายหล่อนก็ยังไม่ยอมโผล่หัวออกมาจากห้อง คุณนายปาร์คสู้อุตส่าห์ลากคอเจ้าลูกตัวดีกลับมานอนที่บ้านได้ แล้วทำไมมันถึงยังนอนกินบ้านกินเมืองอยู่อีก
“ยูชอน...อยู่ข้างในรึเปล่า? เจ้าลูกคนนี้นี่!! จีเยไปเอากุญแจสำรองมาสิ” สุดท้ายความอดทนของคุณนายปาร์คก็หมดลง หล่อนหันกลับไปสั่งแม่บ้านให้ส่งกุญแจสำรองห้องนอนของลูกชายคนโตมาให้ด้วยความหงุดหงิดใจเป็นที่สุด
ทันทีที่ประตูบานหนาเปิดผลัวะเข้าไป ริมฝีปากที่เตรียมจะขยับเฉ่งลูกชายคนโตก็ชะงักค้างเมื่อเห็นร่างสูงที่นอนเอามือก่ายหนาผากหลับตาแน่นอยู่บนเตียง คุณนายปาร์คกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่เตียงอย่างเริ่มเดาอะไรออก และทันทีที่ยกมือขึ้นอังหน้าผากร่างสูงเบาๆ ก็ต้องชักมือกลับแทบไม่ทัน
“ตายล่ะ! จีเยไปเตรียมผ้าขนหนูชุบน้ำมาเร็วเข้า ตายูชอนไม่สบาย...” เสียงของคุณนายยูรินเอ่ยคำสั่งทันที นางหันกลับมาอังหน้าผากลูกชายอีกครั้งก่อนจะทำสีหน้าครุ่นคิด...
“อือ...แม่เหรอ?” เสียงแหบพร่าเพราะพิษไข้เอ่ยถาม...ยูชอนพยายามจะยกเปลือกตาอันหนักอึ้งนั้นให้ลืมขึ้นมองผู้เป็นมารดาแต่ก็พบว่าเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีไม่เอื้ออำนวย คุณนายยูรินตีเบาๆ ที่ไหล่กว้างของลูกรักก่อนจะเอ่ยดุเบาๆ อย่างไม่จริงจังนัก
“นอนนิ่งๆ ไปเลยเราน่ะ...ดูสิเนี่ย จะแต่งงานอยู่พรุ่งนี้มะรืนนี้แล้วแท้ๆ ยังจะมาป่วยอีก” เธอว่า ก่อนจะปล่อยให้ลูกชายนอนหลับไปโดยที่ตัวเธอก้าวออกจากห้องอย่างแผ่วเบาแล้วตรงดิ่งไปที่โทรศัพท์
...ในหัวกำลังคิดแผนการสะระตะ...
“ฮัลโหล...ฉันปาร์คยูรินนะ ขอพูดสายกับคิมซูยองหน่อย” เธอยกโทรศัพท์ขึ้นกดเบอร์ กรอกเสียงลงไปตามสายด้วยความเคยชินเมื่อคนที่รับเป็นแม่บ้านของอีกฝั่งหนึ่ง สตรีวัยกลางคนนิ่งอยู่พัก ก่อนจะเริ่มต้นพูดเมื่อได้รับการตอบรับจากคนที่ต้องการแล้ว...
“ซูยอง...ลูกชายฉันไม่สบาย...”
เธอยิ้มแห้งๆ เมื่อได้ยินเสียงแสดงอาการตกใจปนเป็นห่วงเป็นใยจากปลายสาย ก่อนจะพยายามดึงเพื่อนเข้าสู่แผนการที่ตนเองเพิ่งคิดได้สดๆ ร้อนๆ ทันทีโดยไม่รีรอให้เสียเวลา
“ว่าจะชวนเธอออกไปเลือกดูของสำหรับงานแต่งสักหน่อย...จะดีไหมถ้าจะส่งหนูจุนซูมาดูแลตายูชอนที่บ้านชั่วคราวหนึ่งวัน...ยังไงซะก็ต้องหายให้ทันวันแต่งให้ได้ อีกอย่างเด็กสองคนจะได้สนิทสนมกันมากขึ้นด้วย” เธอว่า ก่อนจะยิ้มกริ่มเมื่อฟังถ้อยคำแบบรู้แกวจากปลายสาย
เมื่อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย คุณนายปาร์คก็หันไปสบตากับหัวหน้าแม่บ้านทันที...
“ตาชอนไปทำอีท่าไหนถึงได้ไข้ขึ้นอย่างนี้ล่ะเนี่ย?” เธอเอ่ยถาม
“ไม่ทราบสิคะ เห็นกลับมาถึงบ้านเมื่อเย็นก็บ่นว่าเหนื่อย อยากนอน แล้วก็เดินหายขึ้นห้องไปเลย ถามว่าจะรับอาหารเย็นรึเปล่าคุณหนูแกก็โบกมือปฏิเสธ” จีเยเอ่ยรายงานสิ่งที่ได้พบเห็นมาเมื่อวานให้คุณนายปาร์คฟัง ทำบอกเล่านั้นทำให้ยูรินหรี่ตาลงเล็กน้อยด้วยความงุนงง แต่ก็ปัดมันทิ้งไปได้ทันก่อนจะเอ่ยสั่งทันที
“เอาเถอะจีเย...เดี๋ยวฉันจะออกไปข้างนอก สักประเดี๋ยวคุณหนูจุนซูจะมาดูแลยูชอนเอง...เอาเป็นว่ารู้กันนะ...ฝากเธอจัดการทางนี้ด้วย ถ้ามีอะไรคืบหน้าอย่าลืมโทรหาฉันด้วยล่ะ”
ว่าจบ คุณนายและหัวหน้าแม่บ้านคนเก่าคนแก่ก็ขยิบตาให้กับอย่างรู้งาน ความสุขเล็กน้อยในชีวิตของสตรีสูงวัยสองคนที่ดูแลหนุ่มเพลย์บอยอย่างปาร์คยูชอนมาแต่อ้อนแต่ออกนั้นไม่ได้ต่างกันนัก หากจะเห็นคนที่ใช้ชีวิตไปวันๆ คนหนึ่งได้ตกล่องปล่องชิ้นกับคนดีๆ อย่างจุนซู...
...ลุ้นให้มีเรื่องสนุกๆ เกิดขึ้นจนจะรอไม่ไหวแล้วสิเนี่ย...
::{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}::
TBC.
...
สนับสนุนเม้นต์ยาวๆ
ชอบอ่านเม้นต์ยาวๆ
รักคนเม้นต์....ทุกคน....โดยเฉพาะ ยาวๆ.... 555
..
หัยมันรู้ปัยว่าเลลล่นกับคัยอยู่
ตลกยูชอนจังเลยอะ
เนื้อเรื่องอย่างนี้ซิที่รอมานาน
ช่ายเลย
นนนนนนนนับนุนหัยแต่งต่อเยยอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆนะค่ะ
เพื่อควารักของยูซู5555555555555555555
รักคนแต่ง
yusoo my love
#1 By pumzaza (210.86.146.200) on 2008-02-24 18:21