[Fic YooSu] To Marry A Man [3]

posted on 16 Feb 2008 04:49 by popoling  in To-Marry-A-Man



][::][ To Marry A Man ][::][
Part Three
Popoling-icez



Note:

มะวานเนตเป็นไรไม่รู้ เลยอัพไม่ได้ กระซิกๆๆๆๆ T^T

และหลังจากเนตดี มันก็กลับมาอีกครั้ง วะฮ่ะฮ่า~ (ชาวบ้านจะเบื่อไหมเนี่ย อัพเร็วเกิน อิยะฮ่ะฮ่า)






::{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}::






PART THREE





“จุนซู...”



“หืม?”



“จุนซู...”



“อะไรเล่า?!!!” เสียงใสตวาดแว้ดอย่างเหลืออดระหว่างที่ทั้งสองคนนั่งนิ่งเงียบในรถสปอร์ตคันหรูอยู่นาน ใบหน้าเรียวเล็กบึ้งตึง ไหล่บางตั้งตรงกอดอกแน่นมาตลอดทาง จุนซูปรายตามองยูชอนอย่างหงุดหงิด ไม่ต่างอะไรกับที่ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลานั่งนิ่งเม้มปากด้วยความขุ่นเคือง



“นายอายุเท่าไหร่?”



“จะ 22 เดือนธันวานี่แหละ” คำตอบห้วนๆ ของร่างเล็กทำเอาชายหนุ่มนึกหน่ายในใจ...เขาชอบคนอายุมากกว่า ดูเป็นผู้ใหญ่และท่าทางเปรียวคล่องแคล่ว เขาชอบคนมีเหตุผล รับฟังเขาได้โดยไม่เอาแต่ตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ใช่ไอ้เด็กจอมหยิ่งจอมอวดดีที่แต่งตัวเรียบๆ ดูจืดชืดอย่างกับผ้าพับไว้ และที่แน่ๆ...เถียงเขาได้ทุกเรื่องที่มีโอกาส



“ฉันอายุ 26...เราห่างกันตั้งเกือบ 5 ปีเลยนะ” ชายหนุ่มพูด จุนซูหรี่ตาลงเหลือบมองคนที่ขับรถอยู่ด้วยแววตาพิจารณา ก่อนเรียวปากบางจะกระตุกยิ้มน้อยๆ เมื่อพอจะเดาเจตนาของอีกฝ่ายออก



“แล้วไง...เราว่าเลขสวยดีออก” คำตอบของจุนซูทำเอายูชอนแทบอยากจะกระชากพวงมาลัยปาลงพื้น แล้วกระทืบๆ ให้หายอารมณ์เสีย ทว่าคนมาดเย็นก็ยังคงตีใบหน้านิ่งเฉย...เขาจะใจร้อนไม่ได้ ยังไงๆ เสียก็ต้องเจรจากับเจ้าเด็กนี่ให้รู้เรื่องก่อนจะถึงบ้านตระกูลคิม ไม่งั้นล่ะก็ชีวิตเขาเป็นต้องดับอนาถตลอดกาลแน่ๆ



ทำไมวันนี้ถนนมันโล่งแปลกๆ...รถน่ะหายไปไหนหมด ติดสิฟระ ติด!! ช่วยๆ กันทำมาหากินหน่อย!!! ชายหนุ่มคิดอย่างโมโห นึกอยากจะเสกแยกไฟแดงเพิ่มขึ้นอีกสักสิบยี่สิบป้ายชั่วคราว เขาจะได้ถ่วงเวลาระหว่างขับรถไปบ้านเจ้าเด็กนี่ได้มากขึ้น



“นายเพิ่งเรียนจบมาเองนะ...ยังมีเวลาตั้งเยอะ จะรีบแต่งงานไปไหน? ไม่เสียดายความโสดบ้างเหรอ?” ชายหนุ่มพูดเสียงจริงจังราวกับว่าห่วงใยในสภาพชีวิตวัยหนุ่มของร่างบางตรงหน้าเสียเหลือเกิน จุนซูลอบขยับยิ้มสะใจอย่างรู้ทันเมื่อได้ฟังคำพูดของยูชอน...ที่เสียดายน่ะมันนายมากกว่าปาร์คยูชอน



“เสียดาย...เสียดายทำไม?” แสร้งถามเสียงซื่อจนยูชอนต้องยกมือขึ้นคลึงขมับ ทำไมจะไม่รู้ว่าคนตัวเล็กแกล้งถาม...แต่ในสถานการณ์นี้เขามีสิทธิ์ไปว่าอะไรเสียที่ไหน เกิดไอ้ตัวเล็กนี่โมโหบอกให้แม่แต่งงานวันนี้วันพรุ่งเขามิต้องซวยกว่าเก่าเลยรึ



“ก็...ไม่เสียดายเวลาเที่ยวสนุก เวลาเลือกมองคนถูกใจที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตบ้างเลยรึไง?” ยูชอนว่า ใบหน้าคมเข้มจ้องมองไปยังถนนเบื้องหน้าด้วยความหงุดหงิดใจ...ปกติเหยียบเก้าสิบก็ช้าจนแทบอาละวาดแล้ว แต่วันนี้ยูชอนเหยียบยังไงก็ไม่พ้นหกสิบสักที...



“นายเรียนจบตอนอายุเท่าไหร่ยูชอน?” จู่ๆ ร่างเล็กก็ถามขึ้น...



“หืม? ก็ราวๆ นายตอนนี้แหละ ยี่สิบเอ็ดยี่สิบสองประมาณนั้น ถามทำไม?” แม้จะงุนงง แต่ร่างสูงก็ตอบอย่างว่าง่าย จุนซูพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงว่ารับรู้ ก่อนจะถามคำถามต่อไป...



“ตอนนี้นายมีคนที่ถูกใจหรือยัง? เราหมายถึง คนที่นายคิดจะแต่งงานด้วย”



“ไม่!!!” ตอบรวดเร็วทันควัน นัยว่าอยากจะให้คนร่างเล็กรู้ตัวว่าเขาไม่ได้อยากแต่งงานกับใครทั้งนั้น แม้แต่จุนซูเองก็เถอะ...ร่างเล็กยิ้มรับ ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจเจตนาร่างสูง แต่อารมณ์อยากแกล้งมันมีมากกว่า



“สรุปก็คือนายใช้เวลาห้าปี ในการเที่ยวสนุกและมองหาคนถูกใจที่จะผ่านเข้ามาในชีวิต แต่สุดท้ายนายก็ไม่เจอมัน...เมื่อเป็นอย่างนั้น นายยังจะบอกให้เราใช้เวลาของเราทำแบบนายงั้นเหรอ?”



ยอกย้อนเก่งนักนะ...ยูชอนกัดฟันกรอด ใบหน้านิ่งเฉยนั้นวาววาบขึ้นชั่วครู่ ก่อนจะพยายามข่มอารมณ์แล้วเอ่ยต่อราวกับที่ร่างบางพูดเมื่อครู่เป็นเพียงคำถามของเด็กน้อยที่แสนจะใสซื่อ...แม้ว่าเขาอยากจะจูบปากเล็กๆ นั้นให้เงียบลงได้สักทีก็ตามเถอะ!!!



“มันไม่เหมือนกันน่าจุนซู...นายน่ารักออกจะตาย” เขาว่า




“นายจะบอกว่านายอัปลักษณ์มากเลยงั้นสิ?”



...โอเค!!! ยมบาล!!! เชิญมึงมาเอาชีวิตกูได้เลย ณ บัดนาว!!!...





“โว้ยยย!!! ตามใจ อยากแต่งก็แต่ง ก็ดีเหมือนกัน ดูสิว่าจะทนได้สักกี่วัน...” สุดท้ายชายหนุ่มก็หมดความอดทน ใบหน้าคมหล่อเหลาเคร่งขึ้นระหว่างที่แทบจะเหยียบมิดคันเร่งเพื่อให้บทสนทนาบ้าๆ ของคนตัวเล็กแต่แสบนี่กับเขาสิ้นสุดลงเสียที ไม่งั้นเขาคงสติแตกก่อนถึงที่หมายแน่ๆ



“ก็อาจจะสักห้าปี...วันที่เราอายุเท่านายตอนนี้ล่ะมั้ง”



สิ้นเสียงร่างบาง...ยูชอนก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไรอีกเลยตลอดทาง



และถ้าวันนั้นท่านผู้มีเกียรติท่านใดได้มีโอกาสขับรถไปบนถนนเส้นเดียวกันกับรถสปอร์ตจากัวร์สีดำป้ายทะเบียน xxxx ท่านจะเห็นรถคันนั้นคลานหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงผ่านแยกไฟแดงสองแยก และเปลี่ยนมาเหยียบร้อยสี่สิบในไฟแดงแยกที่สาม...ก่อนจะฝ่าหมดทุกแยกไฟจราจรถัดๆ มา...



คล้ายกลับกำลังหนีอะไรบางอย่าง...ที่คนขับตระหนักซึ้งแก่ใจว่า...



น่ากลัวกว่า...ยมบาล...





::{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}::





“บอกแล้วไงว่างานนี้ต้องสำเร็จ...”



เสียงเอ่ยอย่างร่าเริงของคุณนายคิมเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะอย่างถูกอกถูกใจกับเพื่อนรัก คุณนายปาร์คพยักหน้าหงึกหงักพลางหัวเราะร่วนไปร่วมกัน นึกถึงสีหน้าทำอะไรไม่ถูกของเจ้าลูกชายมาดมากแล้วก็นึกขำไม่ได้



บอกใครจะมีใครเชื่อไหมว่าความสุขอย่างหนึ่งในชีวิตของคุณนายปาร์คยูริน นอกเหนือจากการผลักดันให้ลูกชายคนเล็กเป็นดาราทั้งที่เจ้าตัวเป็นพวกขี้อายแล้ว ความสนุกอีกอย่างก็คือการได้แกล้งให้มาดน้ำแข็งของลูกชายคนโตอย่างปาร์คยูชอนหลุดจนเสียศูนย์นี่แหละ!!!



“แต่เธอนี่ร้ายไม่เบานะซูยอง เอานิสัยหลับแล้วเป็นเรื่องของลูกชายตัวเองมาวางแผนซะได้ แถมยังคาดการณ์ทุกอย่างล่วงหน้าได้เพอร์เฟคซะไม่มี” หล่อนว่ายิ้มๆ เมื่อนึกถึงทุกอย่างที่เป็นไปตามแผนเป๊ะๆ อย่างน่าทึ่งนับตั้งแต่ตอนที่ยูชอนไปรับจุนซูมาค้างด้วยเรื่อยไปจนถึงแผนจับได้คาห้องที่อุตส่าห์ลุ้นกันแทบตายว่ามันจะสำเร็จมั้ย...



แต่หล่อนก็มั่นใจอยู่แล้วแหละว่ามันต้องได้ผล...ก็หนูจุนซูน่ารักจะตาย แล้วไอ้นิสัยเสียของยูชอนที่ติดตัวมาเป็นสันดานอย่างโรคเจ้าชู้เห็นของสวยๆ งามๆ เป็นไม่ได้ ทำไมแม่ที่เลี้ยงมันมากับมืออย่างเธอจะไม่รู้!!! แล้วทุกอย่างก็เหมาะเจาะพอดีทุกกระเบียด...



แต่เธอไม่คิดว่าตาลูกชายตัวดีจะถึงขั้นถอดเสื้อถอดผ้าหรอกนะนั่น - -



แสดงว่าหนูจุนซูเสน่ห์แรงไม่เบา...




ปัง!



เสียงกระแทกประตูที่ดังมาแต่ไกลทำให้ทั้งสองคุณแม่สะดุ้งเฮือก ทั้งคู่รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะหันไปมองร่างเล็กๆ ที่เดินยิ้มแย้มนำลิ่วๆ เข้ามา โดยมีร่างสูงสง่าที่เดินหน้านิ่งสนิทตามมาเงียบๆ...แม้จะนิ่ง แต่คนเป็นแม่ดูแวบเดียวก็รู้ว่าโลกที่หมุนรอบตัวยูชอนตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยมลภาวะ...



ลูกชายเธอกำลังโกรธ...



“หวัดดีครับแม่ หวัดดีครับคุณป้ายูริน” จุนซูโค้งตัวทักทายผู้ใหญ่ทั้งสอง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ มารดาที่อ้าแขนรอรับอยู่ก่อนแล้วด้วยความคิดถึง ตั้งแต่กลับมายังไม่ได้กอดแม่เลย...ดันไปกอดคนบ้าที่ไหนก็ไม่รู้ให้เสียอารมณ์...คิดแต่เพียงในใจเท่านั้น ภายนอกจุนซูก็ยังคงยิ้มกว้างเหมือนเดิม...



“ตกลงคุยกันว่าไง...” คุณนายคิมพยายามปั้นเสียงให้เย็นเข้าไว้ระหว่างเอ่ยถามลูกชายที่หน้าจ๋อยไปนิดหน่อย จุนซูปรายสายตาไปมองร่างสูงที่นั่งลอบถอนหายใจหนักๆ อย่างหงุดหงิดเรียบๆ ก่อนจะยกยิ้มกว้างขึ้นหันกลับไปมองคนเป็นแม่...



“ก็...ตกลงกันแล้วครับ ยังไงซะพวกแม่ๆ ก็ต้องบังคับให้แต่งอยู่ดี ผมเลยคิดว่าจะช้าหรือเร็วก็คงไม่ตายกัน...อีกอย่าง ผมเองก็ไม่ได้ไม่ยินดีอะไร" จุนซูพูดยิ้มๆ แสร้งทำท่าก้มหน้างุดไม่สบตาผู้เป็นแม่



...ไม่ได้ไม่ยินดี แต่รังเกียจกูชิบหายไม่พูดไปเลยล่ะ...



ยูชอนคิดในใจ ลอบเบ้หน้าโดยที่ไม่มีใครสังเกต เขาทอดสายตามองร่างบางที่นั่งเล่นละครอยู่ด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย...วางแผนไว้ในใจเงียบๆ ว่าคืนนี้จะต้องโผล่ไปคลายเครียดที่ผับสักหน่อย เซ็ง เครียด เก็บกด...อยากระบาย!!!



ร่างสูงหันหน้ากลับไปอีกครั้งก็ต้องรีบรวบทุกความคิดเก็บเข้ากรุแล้วตีหน้านิ่งเมื่อเดิมเมื่อเห็นมารดาที่ทอดสายตามองเขาที มองจุนซูทีแล้วหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด...ไม่ต้องมามองหน้าจับผิดนะคุณนาย อย่านึกนะว่าผมไม่รู้ว่าคุณนายน่ะเป็นตัววางแผน!!!



“ไม่พูดอะไรหน่อยล่ะยูชอน...เป็นผู้ชายเสียเปล่านะเราน่ะ” นั่นไงล่ะ คุณนายเล่นกูแล้วไง...ยูชอนยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เก้อ นึกคำพูดไม่ออกขึ้นมาฉับพลัน แต่ทันทีที่ดวงตาคมเหลือบไปสบเข้ากับแววท้าทายเล็กๆ ในดวงตาเรียวของจุนซู ต่อมไม่ยอมแพ้ก็ดูเหมือนจะพุ่งขึ้นมาไม่มีสาเหตุ



“ก็...น้องเขา...น่ารักกว่าที่คิด...นะครับ...” ยูชอนว่าพลางขยับริมฝีปาก โดยเฉพาะกับจุนซูที่ดูเหมือนเขาจะยิ้มให้กว้างเป็นพิเศษโดยที่ไม่พ้นสายตาของสองคุณนายอยู่ดี



อย่าเชียว...อย่าคิดว่ากูพูดผิดเพราะเขิน...กูกัดฟันพูดหรอก!!! ยูชอนยิ้มให้กับสองคุณนายอีกครั้ง ก่อนจะต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาของทั้งคู่ที่ยังมองมาอยู่เหมือนคาดหวังว่าจะให้เขาพูดอะไรต่อ



“เอ่อก็...คิดว่าถ้าได้ลองแต่งงานกันไปก็คงจะเข้าใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ ก็คงจะต้องให้เวลาเรียนรู้กันและกัน ดูแลกันให้ดีที่สุดครับ” ยูชอนพูด...นี่ตกลงกูเป็นสส. ขึ้นมาอธิบายเรื่องนโยบายของพรรคหรือไงฟระเนี่ย?!!!



“หมายความว่าถ้าจะแต่งให้เร็วที่สุดก็ไม่มีปัญหาใช่ไหม?” ยูชอนครางลั่นแต่เพียงในใจกับคำถามของว่าที่แม่ยายในอนาคตอันมืดมน เขายิ้มแห้งๆ ปรายตามองคนตัวเล็กที่แม้จะปากดีมาตลอดแต่พอเขาเผลอก็แอบจ้องแม่ตัวเองพลางหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด



“ก็...คงจะเริ่มเตรียมการทุกอย่างได้น่ะครับ...ลองชุด หาฤกษ์หายาม เตรียมงานอะไรเสร็จก็คงแต่งได้เลย” เขาพูด แต่ในใจกำลังเหงื่อตกนั่งคำนวณเวลายิกๆ ด้วยความหนักใจ จุนซูเองก็ไม่ต่างกัน มือบางที่อยู่ข้างกายถูกเลื่อนไปซ่อนทางด้านหลังพลางนับนิ้วไปมาด้วยความหวั่นๆ ไม่แพ้กัน...



“ตามนั้นเลยนะยูชอน?” คุณนายปาร์คถามย้ำเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง ยูชอนพยักหน้าแกนๆ...เอาวะ อย่างน้อยกว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นก็คงใช้เวลาอีกเป็นเดือน ยังมีเวลานั่งอาลัยกับบัตรสมาชิกวีไอพีของคลับต่างๆ อีกพอสมควร...ลาก่อนชีวิตเพลย์บอยที่ไม่น่าไว้ใจของปาร์คยูชอน



“จุนซูว่าไงล่ะลูก” ผู้เป็นแม่หันมาอีกครั้งทำเอาร่างเล็กที่กำลังเหงื่อตกกับการนับวันอยู่สะดุ้งเฮือก จุนซูยิ้มแห้งๆ ก่อนจะพยักหน้ารับน้อยๆ เหลือบตามองปาร์คยูชอนที่จ้องมองนิ่งมาอีกครั้งก่อนจะหลบตาวูบเมื่อเห็นแววตานิ่งสงบที่อ่านไม่ออกกำลังมองมาอยู่



“ก็...ถ้าหมอ...เอ่อ...พี่ยูชอนเค้าว่ายังไงผมก็ตกลงตามนั้นแหละครับ” เอาน่าคิมจุนซู อย่างน้อยก็ยังมีเวลาอีกตั้งเป็นเดือนกว่าทุกอย่างจะเตรียมงานเสร็จ...แผนเอาตัวรอดต่อไปค่อยไปคิดเอาดาบหน้าแล้วกัน!!!



“งั้นลูกสองคนสะดวกจะไปลองชุดกันวันนี้ไหมจ้ะ?” เสียงของคุณนายปาร์คถามขึ้น จุนซูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองผู้ร่วมชะตากรรมในการตอบคำถามราวกับจะโยนให้เขาตัดสินใจ ยูชอนขยับตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเนือยๆ



“ยังไงก็ได้ครับ...” แล้วคืนนี้กูจะไม่กลับบ้านแม่งเลยคอยดู!!!



“ดีเลยจ้ะ ถ้างั้นก็ลองชุดแล้วสั่งตัด เร่งหน่อยก็สักสามวันเสร็จ แล้วก็แต่งได้เลย...”



“หา?!!!” เสียงของว่าที่สามีภรรยาประสานเสียงพร้อมกันเป็นครั้งแรก มองหน้าพวกแม่ๆ ด้วยแววตาไม่เข้าใจอย่างถึงที่สุด คุณนายคิมขยับรอยยิ้มบางๆ แต่เพียงน้อยๆ ระหว่างมองหน้าลูกชายของตัวเอง



“ก็สามวันไงจ้ะ เพราะงานทุกอย่างเกี่ยวกับพิธีแต่งงานพวกแม่ๆ ตระเตรียมไว้เสร็จเรียบร้อยหมดตั้งแต่ก่อนจุนซูจะกลับมาแล้ว เหลือแค่รอให้พวกลูกๆ โอเคแล้วก็ไปลองชุดกันนี่แหละ!!! แต่ถึงจะปฏิเสธก็คงไม่ได้หรอกนะ เพราะการ์ดเชิญแม่ก็ส่งไปให้แขกหมดแล้วด้วย!!!”



และวินาทีนั้น...



คิมจุนซูและปาร์คยูชอนก็ได้รู้จักที่จะร้องประสานเสียงกัน...เป็นครั้งที่สอง



“ว่าไงนะ?!!!”





::{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}::





“แม่ทรยศกู!!”



เสียงร้องด้วยความหงุดหงิดดังลั่นห้องทำงานของประธานบริษัทในยามสายหลังจากไปส่งจุนซูที่บ้านแล้ว คำสบถนั่นเล่นเอาเพื่อนสนิทอย่าง ชิมชางมิน ที่เดินเข้ามาคุยงานต้องมุ่นหัวคิ้วด้วยความงุนงง ที่ปรึกษาระดับสูงของประธานบริษัทหันมามองหน้าเพื่อนรักเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปอ่านแฟ้มเอกสารตามเดิม



“เป็นอะไร?” เอ่มคำถามเรียบๆ ก่อนจะยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอ่านเอกสารไปเรื่อยๆ ท่าทางของชางมินที่ดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักยิ่งทำให้ปาร์คยูชอนหงุดหงิดเพิ่มขึ้นได้อีกเท่าตัว



“แม่ทรยศกู...ทุกคนทรยศกู...โลกใบนี้ทรยศกู!!!” เสียงห้าวพึมพำแผ่วจนชางมินแทบสำลักกาแฟ ร่างสูงกลั้นเสียงหัวเราะในลำคอน้อยๆ ก่อนจะหันมามองหน้าตึงๆ ของเพื่อนรักอีกครั้งแล้วเอ่ยถามใหม่ แสดงท่าทางใส่ใจมันมากกว่าที่ทำในตอนแรก



“โอเค...มึงเป็นอะไรของมึง? แม่มึงทำอะไร?” ชางมินเอ่ยถาม ดวงตาคมสบเข้ากับตาที่ฉายแววหงุดหงิดอย่างชัดเจนของเพื่อนรักแล้วนึกขัน...ไม่บ่อยนักหรอกที่คนมาดมากอย่างปาร์คยูชอนจะเผลอหลุดโหมดอารมณ์กระฟัดกระเฟียดให้ใครเห็น แม้แต่เขาซึ่งเป็นเพื่อนสนิทมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยก็เถอะ...



“แม่กูจับกูแต่งงาน”



เสียงหัวเราะพรืดหลุดออกมาจากคนฟังนิดหน่อย ก่อนจะหายวับไปเมื่อเจ้าตัวพยายามกลั้นมันอย่างเต็มที่ ชางมินมองหน้าโกรธๆ ของยูชอนอย่างอดทน และทันทีที่เพื่อนรักพ่นลมหายใจหงุดหงิดออกมา รองประธานสุดหล่อก็หัวเราะลั่น...



“ก็เห็นแม่มึงพยายามทำอย่างนี้มาหลายปีแล้วนี่หว่า” ชางมินว่า หลังจากหัวเราะจนเสียดท้องกับปัญหาที่แก้ไม่ตกเรื่องเดียวของเพอร์เฟคแมนอย่างปาร์คยูชอน นั่นคือเรื่องแม่ของตัวเอง



“คราวนี้แม่กูเอาจริง...” เสียงทุ้มว่าอ่อยๆ ริมฝีปากอิ่มหนาบึ้งตึงกระนั้นใบหน้าคมก็ยังคงไม่หมดความหล่อเหลา ชางมินเกาหัวน้อยๆ จ้องมองเพื่อนรักด้วยแววตาสงสัย



“หมายความว่าไงวะ?”



“ก็หมายความว่า คนนี้กูต้องแต่งไง” ชางมินส่งเสียงฮ้าขึ้นมาทันทีที่เพื่อนพูดจบ เรื่องมันชักน่าสนใจกว่าที่คิดซะแล้วสิ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งวางแฟ้มเอกสารไว้แล้วหันมามองเพื่อนตรงๆ อีกครั้ง เพื่อรับฟังมันเริ่มเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นใหม่อีกครั้ง



และทันทีที่ชิมชางมินฟังจบ เขาก็หัวเราะหึๆ ในลำคอ...



“พาเด็กคนนั้นมาให้รู้จักหน่อยได้ไหม?” เขาเอ่ยทะลุขึ้นกลางปล้อง ยูชอนเหล่มองด้วยความงุนงง แต่ก็พยักหน้าเบาๆ แล้วยักไหล่อย่างไม่ใคร่จะใส่ใจกับคำขอนั้นมากนัก



“ได้...ถ้าหมอนั่นยอมนะ....ทำไมวะ?”



“กูก็แค่อยากเจอว่าที่เพื่อนสะใภ้...โทษว่ะไอ้ชอน แต่กูว่ายังไงมึงก็ได้แต่งแน่ๆ ล่ะงานนี้” ชางมินพูดเปรยๆ หลังจากที่สบตาเพื่อนรักอยู่นาน...รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าของอัจริยะแห่งบริษัทจนยูชอนเริ่มวางตัวไม่ถูก



“หม...หมายความว่าไงวะ?”



“ก็หมายความว่าคนเนี้ย ยังไงมึงก็คงต้องแต่งแล้วล่ะ” ชางมินว่า ยูชอนหันขวับ ถามเสียงห้วน...



“ทำไม?!!”



“กูต้องถามมึงมากกว่า...ว่าทำไมคนอย่างมึงถึงไม่โวยวายปฏิเสธกับแม่มึงไปซะ ทั้งๆ ที่มึงก็ทำได้ แล้วมึงก็ทำมาในทุกๆ ครั้ง...กูว่านะ เหตุผลที่มึงไม่เถียง ถ้าไม่ใช่เพราะเด็กนั่นเอามือปิดปากมึงไว้ก็คงเป็นเพราะว่าใจของมึงจริงๆ ไม่ได้ปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้เท่าที่ควรต่างหาก...เข้าใจไหม? ไอ้โง่!!!”



แล้วยูชอนได้ยินเสียงหัวเราะของยมบาลลอยแว่วมาแต่ไกล...





::{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}::





เม้นต์ๆ >< ตอนหน้าคงได้ป่วนกว่านี้แน่...

ปล. เรื่องนี้รังแกปาร์ค แต่โปโปจะไม่ลงมือรังแกด้วยตัวเองค่ะ

โปโปจะให้พี่จุนซู....รังแกปาร์ค อิยะฮ่ะฮ่า~



ปล. อ่านเม้นต์ตอนที่แล้วละขำมากมาย...

ใครมันจะอาห์กี้ลงฟระ~ เขียนแซวเฉยๆ เย็นไว้ก่อนทุกท่าน 5555 5


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ๊ะ นี่เฮีย ปาร์ค หลงรัก จุนซู ของเราแล้วเหรอเนี่ย

เหอะๆๆๆ เสร็จแน่ๆเลย เฮีย

confused smile big smile sad smile

#1 By Luv-U-XiahJunsu on 2008-02-17 13:50

ดีอะหัยรู้บ้างว่าเล่นกับคัยมายเล่น

มาเล่นกับคิมจุนซูอ่า

ชอบที่จุนซูบอกว่าจะแต่งก้อด้าย

เพราะว่าท้าทายปารค์อยากจะรู้การโต้ตอบของปารค์เหมือนกัน

ยูซูจงเจริญ5+5+5+6+++5+5+5+junsu love

#2 By pumzaza (124.121.202.203) on 2008-02-20 02:18

กร๊ากกก555+
ฮาบ้านแตก
น่ารักมาก ๆ เลยค่ะ
ชอบ ๆ อิอิ ><

#3 By i max (58.8.87.43) on 2008-03-12 11:15

เออ นั่นสิ ปาร์คเอ๊ยยยยยยยยยย
ท่าแกรไม่ยอมซะอย่างใครจะทำไรได้ ความจริงแล้วแอบรักมะพร้าวววว ใช่ม๊า

#4 By BloomminT (161.200.255.162) on 2008-06-17 18:53