[Fic YooSu] To Marry A Man [6]
posted on 16 Feb 2008 04:52 by popoling in To-Marry-A-Man][::][ To Marry A Man ][::][
Part Six
Popoling-icez
Note:
ตอนนี้ผิดคาดอย่างร้ายกาจ...จากที่เคยบอกไว้ว่าจะแต่งให้มันหวาน
กลายเป็นว่าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเราต้องสร้างปมของเรื่อง...
อืม....มีการแต่งแล้วลืม อิยะฮ่ะฮ่า
ตอนนี้มีฟีลค่อนข้างจะแตกต่างจากตอนอื่น
และตอนต่อๆ ไปเนื้อเรื่องก็จะเข้มข้นขึ้น
คือโดยส่วนตัวแล้วไอส์เป็นพวกแต่งแนวปมเยอะ 555
มาแต่งหวานมันก็เลยมีเครียดสอดแทรกไปบ้าง อภัยเน้อ อิยะฮ่ะฮ่า
[COLOR=red]::{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}::
PART SIX
เสียงของออดี้สีบรอนซ์ฟ้าคันงามแล่นเข้ามาจอดพร้อมๆ กับร่างบางระหงที่ค่อยๆ สาวเท้าเข้าบ้านหลังงามหรูอย่างยากเย็น ใบหน้าหวานที่เคยสดใสบัดนี้มุ่ยลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเรียวเล็กทอประกายไม่พอใจน้อยๆ ยามหวนนึกถึงคำฝากฝังของมารดาที่มาส่งเขาถึงบ้านว่าที่คู่แต่งงานก่อนจะหนีไปเที่ยว โดยให้เหตุผลแค่ว่าคนที่ชื่อปาร์คยูชอนอะไรนั่นไม่สบาย และเขาก็ควรจะมาดูแล
“ให้ตายเถอะปาร์คยูชอน แม่บ้านตระกูลนายมีเป็นร้อย ทำไมถึงต้องมาลำบากเราด้วยนะ” เสียงหวานบ่นก่อนจะต้องปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้มทันทีเมื่อเห็นหัวหน้าแม่บ้านที่เดินยิ้มอ่อนโยนมาแต่ไกล ในมือของนางจีเยมีผ้าขนหนูสีขาวและอ่างน้ำใบเล็กๆ บรรจุน้ำอุ่นๆ อยู่ เธอยิ้มใจดีให้กับร่างเล็กตรงหน้า
“สวัสดีค่ะคุณหนูจุนซู” เจ้าของชื่อก้มหัวรับน้อยๆ พลางยิ้มบางๆ นางจีเยจึงกล่าวต่อ “มาหาคุณยูชอนหรือคะ? ตอนนี้คุณชายไม่สบาย ป้ากำลังจะขึ้นไปเช็ดตัวให้เลยค่ะ” คำบอกเล่านั้นทำให้จุนซูพยักหน้ารับ ก่อนจะต้องสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินคำกล่าวต่อไปของหัวหน้าแม่บ้านและแม่นมของคุณชายตระกูลนี้
“แต่คุณหนูจุนซูมาก็ดีแล้วล่ะค่ะ คุณหญิงท่านฝากไว้ว่าถ้าคุณหนูมาถึงให้คุณหนูเป็นคนดูแลคุณชายได้เลย เพราะคุณหนูโทรศัพท์มาบอกไว้แล้วว่าจะมาดูแลคุณยูชอน” สิ้นคำ ก็ราวกับร่างเล็กโดนแช่แข็งไปแล้วเรียบร้อย สีหน้าภายนอกยังคงยิ้มแห้งๆ แต่ภายในนี่กำลังคิดสะระตะ...ไม่แม่เขาก็ต้องแม่หมอนั่นน่ะแหละที่วางแผนการนี้เอาไว้...ให้ตาย
“เอ่อ...ครับ งั้นเดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง” เมื่อถูกบีบคั้นร่างเล็กจึงปล่อยเลยตามเลย เอื้อมมือบางไปขอรับผ้าขนหนูและอ่างน้ำมาจากจีเยด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ ดวงตาเรียวใสปิดแววลำบากใจไว้ไม่มิด แต่หัวหน้าแม่บ้านผู้ร่วมอุดมการณ์กับสองคุณนายก็แสร้งทำเป็นไม่เห็นเสียอย่างนั้น
“งั้นดิฉันรบกวนฝากดูแลคุณชายด้วยนะคะคุณหนูจุนซู ห้องของคุณชายเดินขึ้นไปชั้นสองเลี้ยวซ้ายอยู่ห้องในสุดทางเดินเลยนะคะ” ว่าจบ แม่บ้านคนเก่าคนแก่ของตระกูลปาร์คก็เดินกลั้นยิ้มหายเข้าไปหลังครัวโดยที่ร่างเล็กไม่ทันได้สังเกตเลยแม้แต่น้อย จุนซูก้มลงมองผ้ากับอ่างใส่น้ำในมือด้วยท่าทางลำบากใจอย่างชัดเจน
...ครั้งสุดท้ายที่ต้องดูแลเฝ้าไข้คือตอนที่อาห์กี้ไม่สบาย...
ซึ่งนั่นมันก็...กว่าแปดปีมาแล้ว...
“เอาน่ะ...ตายอย่ามาโทษเราก็แล้วกัน...” คิดดังนั้นขาเล็กจึงขยับก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสองด้วยความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัว เท้าเรียวเหยียบย่างไปยังประตูห้องกว้างช้าๆ ขณะที่ในใจก็กำลังก่นด่าระยะทาง...ก็ห้องมันเล่นสร้างไว้ซะในสุดทางเดิน หนีก็ยาก...ตะโกนก็อาจจะไม่มีใครได้ยิน
ถ้าเจ้าของห้องจะไม่ได้เป็นเพลย์บอยเขาคงรู้สึกดีกว่านี้!!!
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูห้องแผ่วเบาสองสามครั้ง ก่อนที่มือบางจะผลักมันเข้าไป จุนซูประคองอ่างน้ำใบเล็กแล้วเปิดประตูหนานั้นออกอย่างทุลักทุเล เสียงประตูที่ปิดไล่หลังมาทำเอาสะดุ้งไปเล็กน้อย ร่างเล็กสูดลมหายใจหนักๆ ก่อนจะกวาดตามองไปยังเตียงกว้างที่อยู่ตรงกลางห้องทันที
เสียงประตูปิดซะดังยังไม่สะดุ้งสะเทือน...
...หลับเป็นตาย...
“เฮ้อ...” ร่างเล็กถอนหายใจก่อนจะขยับเท้าเข้าไปใกล้ๆ เตียงนอนด้วยท่าทางระวังตัวแจ ใบหน้าหวานใสค่อยๆ ชะโงกไปมองคนที่นอนหลับอุตุอยู่อย่างพิจารณาโดยทิ้งช่วงห่างมากเสียจนถ้ามีคนอื่นอยู่ในห้องก็อาจจะหัวเราะท้องแข็งตายไปแล้วก็ได้
มือเล็กวางอ่างน้ำใบเล็กไว้ตรงโต๊ะริมเตียง ก่อนจะต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆ เสียงงึมงำในลำคอของคนที่นอนอยู่ก็หลุดรอดออกมาให้ได้ยิน...ไม่ใช่ละเมอ เพราะมันเป็นประโยคคำถาม
“ครายวะ...แม่? ป้าจีเย?” เอากับเขาสิ...ขนาดคิดว่าเป็นแม่หรือแม่บ้านผู้หลักผู้ใหญ่ยังพูดจาหยาบคายสุนัขไม่รับประทาน คิดแล้วก็พาลทำให้ร่างเล็กหงุดหงิดขึ้นไปอีก
“ไม่ใช่ทั้งคู่แหละ...” เอ่ยตอบเย็นๆ ไม่ดังมากนัก หากนั่นก็มากพอจะทำให้คนที่นอนอยู่ลืมตาพรึ่บ ยูชอนตวัดดวงตาคมเข้มมองคนร่างเล็กค้างอยู่ครู่หนึ่งเพราะสมองยังเบลอๆ กับพิษไข้...และทันทีที่ตั้งสติได้ ปากก็ขยับ
“มาทำไม?” คนถามมีเจตนาจะถามว่า ‘มาถึงนี่แต่เช้า มีธุระอะไรหรือเปล่า?’ แต่เพราะไข้มันรับประทานเสียจนโรคขี้เกียจกำเริบ คุณชายน้ำแข็งขั้วโลกอย่างปาร์คยูชอนจึงตัดทอนมันเหลือแค่ประโยคสั้นๆ...ปล่อยให้ที่เหลือเป็นเวรเป็นกรรมของผู้รับสาร
แย่หน่อยที่จุนซูไม่ได้มองเขาในแง่ดีนัก ร่างเล็กที่ยืนอยู่แทบจะเอาผ้าขนหนูในมือเขวี้ยงใส่หน้าคนพูดด้วยความขุ่นมัว...อยากจะตะโกนถามให้ดังๆ เหลือเกินว่า ‘นั่นสิ! นี่กูมาทำอะไรที่นี่!!!’ แต่ด้วยพื้นฐานนิสัยไม่ได้เป็นพวกเอะอะมะเทิ่งเข้ากระแสเลือด เลยทำได้อย่างมากแค่จ้องคนที่หลับตาลงไปแล้วราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“แม่เราใช้มาเฝ้าไข้นาย...” จุนซูอธิบายเรียบๆ อีกฝ่ายก็ครางอือรับคำทั้งๆ ที่หลับตาอยู่
“อืม...ขอบคุณที่เป็นธุระ ฝากไปบอกน้าซูยองด้วยว่าฉันยังไม่อยากตาย”
“ไอ้...”
“พอเหอะขี้เกียจเถียง...” พูดจบร่างสูงก็ลืมตาขึ้นเนือยๆ ร่างโปร่งค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นนั่งช้าๆ “จะมาเฝ้าไข้ใช่ไหม? ต้องทำไงบ้างอ่ะ...เช็ดตัว? วัดไข้? กินยา? ป้อนข้าว?”
จุนซูที่ยืนอยู่ถึงกับค้างไปชั่วขณะเมื่อจู่ๆ คนป่วยก็ลุกขึ้นนั่งพล่ามอยู่คนเดียวทั้งๆ ที่ตาก็ยังไม่เปิดดี ร่างบางค่อยๆ สาวเท้าเข้าไปใกล้เตียงมากขึ้น ก่อนจะค่อยๆ ก้มหน้าลงไปมองว่าอีกฝ่ายกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่...แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้ร่างเล็กช็อคยิ่งกว่าเก่า...
เปลือกตาบางที่ปิดสนิทขับให้แพขนตาหนานั้นเด่นชัดชวนมองยิ่งขึ้น ริมฝีปากอิ่มแดงเรื่อเพราะพิษไข้ เส้นผมสีดำสนิทปรกหน้า ไล้เคลียลงมาตามแก้มขาว ภาพที่มองจากมุมบนทำให้สันกรามคมดูบางลง และเสื้อกล้ามสีดำที่เจ้าตัวใส่อยู่ก็เผยให้เห็นช่วงไหล่สวยนั่นชัดเจน...เป็นภาพที่กำลังทำให้จุนซูชะงัก
...ส...ส...สวยชะมัด!!!
“บ้าจริง!” เสียงแหบหวานสบถกับตัวเองแผ่วเบา มือบางยกขึ้นกุมแก้มตัวเองแล้วถูเบาๆ เพื่อเรียกสติ นี่เขาดันเผลอใจเต้นไปกับใบหน้าของเพลย์บอยไม่น่าไว้ใจ...แล้วดันไปคิดว่าหมอนั่นสวยเนี่ยนะ!!!
“แต่สวยจริงๆ นี่นา...” แก้มใสขึ้นสีระเรื่อยามเมื่อสายตาไล่จากใบหน้าคมเข้มไปหยุดอยู่ที่แนวไหปลาร้า คิดพลางก็ต้องสั่นหน้าไล่ความฟุ้งซ่านออกไปจากหัว จุนซูถอนหายใจเฮือกก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความหงุดหงิดใจ มือบางเอื้อมไปคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กมาชุบน้ำอย่างเก้ๆ กังๆ
“อือ...” เสียงนุ่มครางอือในลำคอยามเมื่อผ้านุ่มชุบน้ำอุ่นจนหมาดนั้นค่อยๆ ไล้ผ่านบนใบหน้าคมสัน จุนซูจิ๊ปากอย่างอารมณ์เสียเมื่อรูปหน้าหล่อเหลานั้นทำท่าจะพลิกหนีอยู่เรื่อย
“นี่...อยู่นิ่งๆ ได้ไหม?!” เสียงหวานใสบ่นพึมพำ ร่ำๆ จะปาผ้าในมือใส่หน้าอยู่รอมร่อ ผ้าขนหนูสีอ่อนค่อยๆ เลื่อนลงไปเช็ดเบาๆ ตรงลำคอ เท่านั้นเปลือกตาบางก็เปิดออก เผยให้เห็นดวงตาคมที่กำลังจับจ้องมายังใบหน้าเนียนใสอยู่ก่อนแล้ว
“ทำอะไร?” เสียงทุ้มพร่าเพราะพิษไข้เอ่ยถาม ดวงตาคู่หวานฉ่ำที่มองมาอาจจะทำให้ทุกคนที่ได้สบตาแทบหลอมละลายไปกับพื้น...แต่ไม่ใช่กับคิมจุนซู ไม่ใช่เขาคนหนึ่งแน่ๆ ล่ะรู้ไว้เลย!
“เช็ดตัว...เห็นเราทำกับข้าวอยู่หรือไง?!” เอ่ยพลางยกยิ้มกวน จนคนป่วยแทบคิ้วกระตุก ยูชอนสบถพึมพำอะไรบางอย่างจับใจความไม่ได้ แว่วๆ จะพูดถึงนรกสวรรค์อะไรของมันคนเดียว...
“ไม่ต้องมาดูแลหรอกน่า...อยากให้ฉันหายเร็วๆ หรือไง? หายเร็วก็แต่งเร็วนะอย่าลืมสิ” ยูชอนเอ่ย ทางที่ดีต้องหาทางกำจัดเจ้าเด็กเปี๊ยกนี่ออกไปจากห้องนอนเขาก่อน ใบหน้าหวานใสที่มองเห็นได้ยามป่วยนี่ทำไมมันถึงดูยั่วตาประหลาดๆ วะ?! กูล่ะงง...
“ถ้านายรู้จักแม่ตัวเองดี...นายจะรู้ว่าต่อให้นายป่วยหนักกว่านี้ นายก็อาจจะต้องแต่ง” จุนซูย้อนกลับเสียงเรียบ “อย่าพยายามหน่อยเลยน่า...ยิ่งนายพูดนายยิ่งทำให้เรารู้สึกสมเพชตัวเองชะมัด ใช่ว่าเราอยากแต่งกับนายซะเมื่อไหร่!”
“เออๆ...ไม่ต้องย้ำได้ป่ะ?” ยูชอนพูดพลางซุกหน้าลงกับหมอนนิ่มสีขาวโดยไม่แคร์สายตาของร่างบางตรงหน้าที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นคนแปลกหน้าสำหรับกันและกัน...เขากับจุนซูเพิ่งจะรู้จักกันได้...สามวัน...อืม...แต่งงานกับคนที่เพิ่งเห็นหน้าได้แค่สามวัน แถมยังเป็นผู้ชาย...
ให้ตาย ถ้าผมหลับตานอนตอนนี้ ตื่นมาอีกทีทุกอย่างจะหายไปไหมวะ?!!
“ทำไมนายถึงชอบทำให้คุณป้าลำบากใจด้วยนะ” เสียงหวานเอ่ยพึมพำด้วยคำพูดที่แม้จะฟังไม่ถนัด หากก็พอจะจับใจความได้ ยูชอนครางอึงในลำคอเป็นเชิงถาม แต่จุนซูก็ยังคงไม่พูดอะไรต่อ มือบางบรรจงเช็ดผ้านุ่มๆ นั้นไปบนลำแขนแกร่งเบาๆ ราวกับอยากจะทำให้มันเสร็จๆ ไปเสียที
“หมายความว่าไง?” เสียงทุ้มถาม
“ก็ไม่ยังไงนี่...”
“เล่ามา...ไม่งั้นนายไม่ได้กลับไปสภาพเดียวกับตอนเข้ามาแน่ๆ...อย่าลืมสิ ฉันมันเพลย์บอยไม่น่าไว้ใจนะ” คำขู่ฟังดูน่าขัน แต่จุนซูกลับเห็นเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ถ้าเขาจะต้องปกป้องตัวเองไว้ก่อน
“ก็นะ...นายไม่คิดบ้างหรือไงว่าทำไมแม่นายจะต้องมาไล่จัดการชีวิตนายอยู่แบบนี้...” เสียงหวานถาม ดวงตาเรียวเล็กเงยขึ้นสบกับใบหน้าคมตรงๆ ไม่มีหลบ คำถามที่ทำให้ยูชอนถอนหายใจ
“แม่ฉันชอบแกล้งฉันมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ...” เสียงนุ่มตอบปัดๆ ทำท่าจะพลิกตัวหันกลับไปอีกทางแต่คราวนี้จุนซูกลับเป็นฝ่ายดึงไหล่กว้างนั้นไว้แน่น ใบหน้าหวานฉายแววหงุดหงิดราวกับกำลังรับมือเด็กแสบเอาแต่ใจคนหนึ่ง
“ปาร์คยูชอน! นายควรจะสำนึกไว้เลยนะว่าการที่นายทำตัวไร้สาระเรื่อยเปื่อยไปวันๆ เนี่ยแหละคือเหตุผลที่คุณป้าเค้าต้องมาเหนื่อยหาคนโน้นคนนี้มาจับคู่ให้นายน่ะ!” เสียงเล็กวีนลั่น จนยูชอนต้องยกมือขึ้นปิดหู
“โอย...พอทีเถอะ เลิกเทศน์สักที เข้าใจแล้วๆ นายจะมาเป็นแม่ฉันอีกคนรึไงวะ?!”
“ไม่ได้เป็นแม่...แต่ในฐานะที่เราจะแต่งงานกับนาย...เราก็ควรจะคุยเรื่องนี้กับนายให้รู้เรื่อง...” ใบหน้าหวานเย็นเยียบยามเอ่ยถ้อยคำนั้น “เราไม่อยากได้ชื่อว่าแต่งงานกับผู้ชายมักมาก มีอะไรกับคนอื่นไปทั่ว...”
เกิดความเงียบขึ้นชั่วอึดใจ...ยามเมื่อกระแสแห่งความเย็นยะเยือกค่อยๆ ปกคลุมร่างสองร่างอีกครั้ง ดวงตาสีนิลคมกริบของคนที่นอนอยู่ทอแสงวาบชั่วอึดใจ ก่อนจะนิ่งเฉยตามเดิม...
“นายก็เลยต้องทำหน้าที่ภรรยาที่ดีงั้นสิ...?”
“....”
“แล้วนายรู้ไหมคิมจุนซู...ว่าหน้าที่ของภรรยาที่ดีอีกอย่างน่ะ...คืออะไร” สิ้นเสียงเย็นเฉียบ ก็ราวกับร่างของจุนซูก็เกร็งขึ้นมาดื้อๆ ร่างบางรับรู้ได้ถึงกระแสอะไรบางอย่างที่ส่งออกมาจากแววตาของคนตรงหน้า ผลักดันให้เขาลุกขึ้น...
“เราว่าเรากลับก่อ...อ๊ะ!~” แรงฉุดกระชากราวกับหัตถ์ปีศาจทำเอาร่างบางเซถลาลอยวืด ทันทีที่สัมผัสนุ่มของเตียงนอนกระทบกับแผ่นหลัง ร่างบางก็เริ่มดิ้นราวกับสูญเสียการควบคุม
“น...นี่! ปล่อยเรา ปล่อย!...” เสียงหวานที่กรีดร้องถูกแทนที่ด้วยริมฝีปากอิ่ม สัมผัสร้อนรุ่มเพราะพิษไข้บวกกับโทสะที่เกาะกุมทำให้ยูชอนบดขยี้ริมฝีปากลงไปอย่างจาบจ้วงรุนแรง ไม่นำพาถึงหมัดเล็กๆ ที่ทุบอย่างหนักหน่วงบนบ่าแกร่ง...
“ปล่อยนะ...อะ...ปล่อย!!!” สัมผัสของมืออุ่นไล้เข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตตัวบางยิ่งทำให้จุนซูดิ้นพล่าน ร่างเล็กทั้งเตะทั้งต่อยพยายามจะปัดป้อง ทุ่มเทกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อจะหลุดพ้นจากพันธนาการของคนตรงหน้า และทันทีที่นิ้วเรียวของร่างสูงสัมผัสกับยอดอกสีหวาน หยาดน้ำตาก็ร่วงเผลาะ
“หยุดดด!!!!”
เสียงกรีดร้องสุดท้ายก่อนที่ยูชอนจะผละออกจากร่างเล็ก ใบหน้าคมเข้มดูจะฉายแววตระหนกไม่น้อยที่เห็นน้ำตาของคนตรงหน้า มือหนากำหมัดแน่นก่อนจะชี้นิ้วไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว เสียงทุ้มดังกัมปนาทราวกับเทพเจ้าที่กำลังสั่งฟ้าสั่งดิน...
“ออกไปซะ!” ไม่ต้องรอฟังคำสั่งซ้ำสอง จุนซูเองก็แทบอยากจะวิ่งออกไปจากที่นี้อยู่แล้ว ร่างบางดันตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะวิ่งหายออกไปจากห้องพร้อมๆ กับเสียงปิดประตูที่ดังสนั่นบ้าน...
จังหวะการวิ่งอย่างรวดเร็วค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นก้าวยาวๆ ด้วยความเร็วแทน มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้าหวานใส จุนซูก้มหน้าก้มตาสาวเท้าลงบันไดจนไม่ได้สังเกตถึงใครอีกคนที่สวนทางขึ้นมา...
“อ๊ะ...ขอโทษครับ” เสียงหวานเอ่ยโดยไม่มองหน้าขึ้นเพราะกลัวจะทำให้คนฝ่ายเห็นขอบตาที่แดงเพราะน้ำตาที่ไหลรินเมื่อสักครู่
“จุนซู?” ทว่าเสียงที่สวนกลับมาทำให้ร่างเล็กลืมตัวเผลอเงยหน้าขึ้นสบ จุนซูหน้าร้อนวาบกับดวงตาที่มองมาอย่างพิจารณาของร่างสูง มือบางเผลอยกขึ้นกระชับคอเสื้อของตัวเองโดยอัตโนมัติ
“คุณชางมิน!” หลุดเสียงอุทานแผ่วก่อนจะรีบก้มหน้าลงทันที “ผมกำลังจะกลับพอดีเลยครับ เผอิญนึกได้ว่ามีธุระ ขอตัว...” พูดแผ่วเบาสั้นๆ ก่อนจะเร่งฝีเท้าออกไปจากตัวบ้านทันที ทิ้งไว้เพียงสายตางุนงงปนกับครุ่นคิดของชิมชางมินที่มองตามแผ่นหลังเล็กจนลับสายตา...
ประตูรถออดี้สีหวานถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วๆ พร้อมๆ กับที่ร่างบางสอดตัวเข้าไปนั่ง นิ้วเรียวกดปุ่มเซ็นทรัล ล็อคอย่างรวดเร็วก่อนจะนั่งนิ่งสงบ... มือเล็กคลายออกจากปกเสื้อสีขาวสะอาด ทิ้งตัวลงกับเบาะพลางหอบหายใจแผ่วเบา
ความร้อนผะผ่าวที่ขอบตายังคงตามมาราวี กายบางที่สั่นระริกอย่างไม่อาจควบคุมทำให้ริมฝีปากบางต้องขยับพึมพำแผ่วกับตัวเอง ดวงตาคู่หวานบัดนี้ฉายแววหวั่นกลัวจนน่าสงสาร...
“ไม่เป็นอะไรแล้ว...จุนซู...ไม่เป็นอะไรแล้ว...” พึมพำซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนบ้า ทว่าขาเล็กยังคงสั่นระริก หยาดน้ำตาที่เอ่อคลอรินไหลลงอาบแก้มอีกครั้งราวกับไม่อาจสะกดกั้น...
ภาพของความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนไหลเข้ามาในหัวราวกับกรอซ้ำ...
หลอกหลอนให้อาการสั่นระริกนั้นดำเนินต่อไปอย่างน่ากลัว...
เกลียดเหลือเกิน...
เกลียดตัวเอง...
::{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}:{}::
ตัดจบค้างไปไหม?
555
เจอกันตอนหน้าค่ะ
รักทุกคนจริงๆ